ตำรวจยศสิบตำรวจเอก บุกบ้านพักอดีตแฟนสาว หวังง้อขอคืนดี แต่กลับถูกปฏิเสธ ทำให้เกิดอารมณ์โมโหฟิวส์ขาด บันดาลโทสะทำร้ายร่างกายฝ่ายหญิงแบบไม่ยั้งมือ เสมือนว่าไม่เคยรักกันมาก่อน
ภาพจากกล้องวงจรปิด บันทึกภาพเหตุการณ์ชายคนหนึ่ง บุกปีนเข้ามาภายในบ้านพักหลังหนึ่ง ในหมู่ที่ 2 ตำบลรอบเมือง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ จากนั้นใช้เท้ากระหน่ำถีบประตูบ้าน พร้อมกับตะโกนเรียกให้เจ้าของบ้านเปิดประตู แต่สุดท้ายไม่เป็นผล จึงเดินอ้อมไปด้านหลังบ้านพัก แล้วพังประตูเข้ามาทำร้ายร่างกาย และอาละวาดทำลายข้าวของพังเสียหาย
หญิงอายุ 33 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ชายที่บุกเข้ามาทำร้ายร่างกายเธอภายในบ้านพัก คือ แฟนเก่าอายุ 35 ปี ซึ่งมียศเป็น สิบตำรวจเอก สังกัดโรงพักแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเลิกรากันไปเกือบ 1 ปีแล้ว แต่ก็ยังคงตามราวี และทำทุกวิถีทางให้เธอกลับไปคืนดี กระทั่งวันเกิดเหตุ เธอกำลังทำอาหารอยู่ในห้องครัว ได้ยินเสียงคล้ายคนถีบประตูบ้านดังขึ้นหลายครั้ง จึงรีบวิ่งออกไปดู ปรากฏว่าเป็นแฟนเก่า ที่กำลังอาละวาดเสียงดังโวยวาย เธอจึงตะโกนถามว่า “เลิกรากันแล้ว ทำไมไม่ต่างคนต่างอยู่” แต่กลับถูกพูดสวนขึ้นมาว่า “(มึง) จะเปิดประตูไหม ถ้า (กู) จับตัวได้ (มึง) ตาย” จากนั้นก็กระหน่ำถีบประตูบ้านอย่างบ้าคลั่ง (เหมือนคนขาดสติ) เธอจึงวิ่งไปหลบซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำ เพราะเกรงจะได้รับอันตราย กระทั่งชายอายุ 35 ปี (แฟนเก่า) สามารถเข้ามาได้ และตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยถ้อยคำหยาบคาย เธอเห็นท่าไม่ดี จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ ในระหว่างที่รอตำรวจรับสายโทรศัพท์ ทันใดนั้น ผู้ก่อเหตุ (แฟนเก่า) ถีบประตูห้องน้ำอย่างเต็มแรง ก่อนจะกระชากตัวเธอออกมา และตบตีแบบไม่ยั้งมือ จนเธอต้องยกมือไหว้ร้องขอชีวิตทั้งน้ำตาเพราะหวาดกลัว ซ้ำยังขู่ว่า “นี่แค่สั่งสอน ถ้าไม่คืนดี จะตามมาทำร้ายร่างกายอีก” ก่อนจะเดินออกไปจากบ้านหลังดังกล่าวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หลังเกิดเหตุ หญิงอายุ 33 ปี ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองชัยภูมิ เพื่อต้องการดำเนินคดีกับชายอายุ 35 ปี (แฟนเก่า) ให้ถึงที่สุด เพราะรู้สึกหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่กล้าออกไปไหนคนเดียวอีก เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตรายถึงชีวิต ทางตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในละแวกจุดเกิดเหตุ เพื่อหาเส้นทางการหลบหนี และจะติดตามตัวมาสอบสวนอย่างละเอียด พร้อมยืนยันว่า จะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย แม้ว่าผู้ก่อเหตุจะเป็นตำรวจ แต่ถ้าทำความผิดก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย







