2 กุมภาพันธ์ 2564 กลุ่มตัวแทนภาคองค์เอกชนจังหวัดชัยภูมิ นำโดยนายสิทธิพล สุทธิศักดิ์ภักดี ประธานหอการค้าจังหวัดชัยภูมิ ,นายชาญกิจ นานาประสงค์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชัยภูมิ,นายรัฐการ ด่านกุล ประธานกิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรมจังหวัดชัยภูมิ,นางโชษิตา จารุโชติรัตนสกุล,ตัวแทนผู้ประกอบการโรงแรมจังหวัดชัยภูมิ,นายวรวุฒิ วรแสง รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชัยภูมิ,นายสมพร บุญเกิน ประธานชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารจังหวัดชัยภูมิ และนางสาวชลธิชา พร้อมพันธุ์ ตัวแทนผู้ประกอบการโรงแรมจังหวัดชัยภูมิ ร่วมกันเปิดแถลงการณ์ องค์กรภาคเอกชนจังหวัดชัยภูมิ ณ โรงแรมสยาม ริเวอร์ รีสอร์ท อ.เมือง จ.ชัยภูมิ
โดยฉบับที่ 1/2564 ระบุใจความว่า จากเหตุการณ์ที่เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่กองปราบปราม ได้นำกำลังบุกจับพบมีการทุจริตในโครงการเราเที่ยวด้วยกันของรัฐบาล ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ตามที่มีปรากฏเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศในขณะนี้นั้น ในฐานะภาคองค์กรภาคเอกชนจังหวัดชัยภูมิ ประกอบด้วย หอการค้าจังหวัดชัยภูมิ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดชัยภู ชมรมธนาคารจังหวัดชัยภูมิ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชัยภูมิ ชมรมโรงแรมจังหวัดชัยภูมิ และ ชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารจังหวัดชัยภูมิ รวมถึงตัวแทนพี่น้องชาวจังหวัดชัยภูมิ

ขอแถลงการณ์ประกาศแสดงจุดยืนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำผิดกฎหมายในครั้งนี้ด้วย และขอเรียกร้องให้ภาครัฐดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่กระทำความผิดให้ถึงที่สุด พร้อมทั้งจะให้ความร่วมมือกับภาครัฐ เพื่อตรวจสอบผู้ประกอบการที่อาจจะร่วมมือกระทำความผิดเช่นนี้อีก และทางองค์กรภาคเอกชนขอยืนยันว่าการทุจริตที่เกิดขึ้นเป็นผู้ประกอบการเพียงไม่กี่รายในจังหวัดชัยภูมิ แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตามที่รัฐบาลได้ออกโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นโครงการไทยชนะ โครงการคนละครึ่ง และโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ซึ่งถือเป็นโครงการที่ดีและเป็นการช่วยเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมอย่างแท้จริง
ซึ่งโครงการเราเที่ยวด้วยกันได้มุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว ทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในประเทศนับแสนล้นบาท ทางองค์กรภาคเอกชนจังหวัดชัยภูมิ ขอชื่นชมและสนับสนุนโครงการต่างๆ เหล่านี้และพร้อมจะให้ความร่วมมือกวดขันดูแลกันเองระหว่างผู้ประกอบการเพื่อไม่ให้เกิดการกระทำผิดกฎหมายในลักษณะนี้อีก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะนำโครงการเหล่านี้ และโครงการใหม่ๆ มาช่วยเหลือผู้ประกอบการและกระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคตด้วยดีต่อไป ประกาศแถลงการณ์ โดย องค์กรภาคเอกชนจังหวัดชัยภูมิ หอการค้าจังหวัดชัยภูมิ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดชัยภูมิ ชมรมธนาคารจังหวัดชัยภูมิ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชัยภูมิ ชมรมโรงแรมจังหวัดชัยภูมิ และชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารจังหวัดชัยภูมิ ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564

โดยในครั้งนี้ทางตัวแทนภาคเอกชนจังหวัดชัยภูมิ โดยนายนายสิทธิพล สุทธิศักดิ์ภักดี ประธานหอการค้าจังหวัดชัยภูมิ กล่าวย้ำอีกว่า หลังมีการบุกจับโรงแรมบางแห่งทุจริตโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ซึ่งเป็นเพียงส่วนน้อย ของผู้ประกอบการที่มีทั้งจังหวัด ส่วนที่ไม่ดีมีไม่ถึง 1 % ขออย่าเหมารวม ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งข้อง เพราะยังว่ามีผู้ประกอบการที่ทำดีในอีกทั้งจังหวัดอีกกว่า 99 % ยังพร้อมให้บริการและไม่ขอทำการทุจริตเด็ดขาด พร้อมให้การตรวจสอบได้
สำหรับโครงการเราเที่ยวด้วยกัน-โครงการคนละครึ่ง ในรอบนี้ที่เหลือวงเงินอีกจำนวนมากกว่านับ1,000ล้านบาท หลังจากกองปราบนำทีมจับผู้ประกอบการ โรงแรม ที่ทุจริตโครงการเราเที่ยวด้วย ทำให้คนหันไปใช้จ่ายที่อื่นแทน ทำให้ภาคเศรษฐกิจโดยรวมทั้งจังหวัดในขณะนี้ ไม่มีเงินไหลเวียนในจังหวัดเท่าที่เคยมีผ่านมา การทุจริตครั้งนี้เพียงไม่กี่ราย และผู้ประกอบการโดยรวมอีกกว่า 99 % ต้องมาได้รับผลกระทบหนักตามไปด้วย








