เช้านี้ที่หมอชิต – สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา เปิดเทอมแล้วห่วงเด็กป่วย โรคมือเท้าปาก ในช่วงเปิดเทอม หลังพบผู้ป่วยในกลุ่มเด็กเล็ก เกือบ 5,000 ราย แนะครูพี่เลี้ยง ผู้ปกครอง ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด
นางเบญจมาศ อุนรัตน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา เปิดเผยว่า ตอนนี้สถานศึกษาหลายแห่งได้เปิดภาคเรียนมาในระยะหนึ่งแล้ว ทำให้เด็กมีกิจกรรมรวมกลุ่มใกล้ชิดกันมากขึ้น ทำให้เสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรคมือเท้าปากได้ง่าย จากการสำรวจข้อมูล ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 29 ตุลาคม 2565 สถานการณ์ของโรคมือเท้าปาก ในเขตสุขภาพที่ 9 พบผู้ป่วยจำนวน 13,295 คน ไม่พบผู้เสียชีวิต แยกเป็นรายจังหวัด คือ จังหวัดนครราชสีมา มากสุดพบผู้ป่วย 4,844 คน รองลงมาจังหวัดสุรินทร์ 4,147 คน, จังหวัดบุรีรัมย์ 2,939 คน และ จังหวัดชัยภูมิ 1,365 คน ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะอยู่ในกลุ่มเด็กเล็กอายุระหว่าง 0-4 ขวบ รองลงมา คือ กลุ่มอายุ 5-9 ขวบ และกลุ่มอายุ 10 ขวบ – 14 ปี ตามลำดับ
อาการของโรคมือเท้าปาก จะเริ่มด้วยมีไข้ต่ำ ๆ อ่อนเพลีย 1-2 วัน จะมีอาการเจ็บปาก ร่วมกับมีตุ่มพองเล็ก ๆ บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ตุ่มแผลในปาก เพดานอ่อน กระพุ้งแก้ม ลิ้น ต่อมาจะแตกออกเป็นแผลหลุมตื้น ๆ หากอาการไม่ดีขึ้น เช่น มีไข้ขึ้นสูง ซึมลง เดินเซ ชัก เกร็ง หายใจหอบเหนื่อย อาเจียนมาก ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจติดเชื้อโรคมือ เท้า ปากชนิดรุนแรง อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
ผู้ปกครองควรคัดกรองอาการของเด็กก่อนไปเรียน หากเด็กไม่สบายหรือมีไข้ ควรพาไปพบแพทย์และให้พักอยู่ที่บ้าน ควรให้เด็กสวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัย ซึ่งเชื้อโรคมือเท้าปากจะอยู่ในน้ำมูก น้ำลาย น้ำจากแผลตุ่มพองหรืออุจจาระของผู้ป่วย หรือเมื่อผู้ป่วยไปจับของเล่นของใช้ จะทำให้เชื้อกระจายสู่ผู้อื่นได้ ให้เด็กล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำสบู่ทั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ และหลังเล่นของเล่น และหมั่นทำความสะอาดของใช้ ของเล่น และพื้นที่ที่เด็กใช้ร่วมกันเป็นประจำ เพื่อลดเชื้อโรคที่อยู่ในสิ่งแวดล้อม






