วันที่ 16 ธ.ค.64 พลตำรวจตรีสรายุทธ สงวนโภคคัย ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า ไอซ์กว่า 300 กิโลกรัม ยาบ้ากว่า 6 ล้านเม็ด และยาเสพติดอีกหลายชนิดเป็นของกลางที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดยึดได้จากผู้ต้องหาที่ลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในพื้นที่ตอนกลางของประเทศ โดยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาสามารถจับคดีสำคัญได้รวม 8 คดี
โดยคดีแรกยึดไอซ์ได้ 323 กิโลกรัม จากผู้ต้องหาที่กำลังนำของกลางมาส่งให้เครือข่ายในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี จึงเฝ้าติดตามและพบผู้ต้องหาได้มาจอดรถที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งก่อนแสดงตัวเข้าจับ

นอกจากนั้นยังยึดยาบ้าได้กว่า 1 ล้าน 2 แสนเม็ด แลเฮโรอีนกว่า 5 กิโลกรัม พร้อมกับรถยนต์ 3 คัน จากผู้ต้องหาที่นำยาเสพติดจากจังหวัดเชียงราย เพื่อเตรียมส่งให้กับเครือข่ายในจังหวัดพัทลุง ตำรวจเฝ้าติดตามจนพบกลุ่มผู้ต้องหากำลังขับผ่านด่านตรวจพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อตรวจสอบก็พบของกลางซุกซ่อนอยู่ด้านในหลังคา จากนั้นจึงได้ขยายผลไปยึดทรัพย์สินทั้งเงินสด ที่ดิน 17 ไร่ และทรัพย์สินอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 14 ล้านบาทมาด้วย

ส่วนอีกคดียึดยาบ้าได้ 5 ล้านเม็ด โดยกลุ่มผู้ต้องหาลำเลียงมาจากจังหวัดพะเยา และเตรียมนำส่งให้กับเครือข่ายในพื้นที่ภาคกลางและปริมณฑล โดยผู้ต้องหาเป็นชาวชาติพันธุ์ที่ได้รับจ้างและนำเครือญาติมาร่วมก่อเหตุ ตำรวจจึงเฝ้าติดตามและสามารถจับผู้ต้องหาได้ที่อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ และในจังหวัดชัยภูมิ

ส่วนความคืบหน้าคดีที่ทางการไต้หวันสามารถยึดเฮโรอีนได้จำนวน 1,172 แท่ง น้ำหนักรวม 466 กิโลกรัมซุกซ่อนในไม้แปรรูป ใส่ตู้คอนเทนเนอร์ 2 ตู้ ที่ส่งจากประเทศไทยไปยังไต้หวัน ซึ่งทางการไต้หวันสามารถจับผู้ต้องหาได้ 9 คน และยึดยาเสพติดได้เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา
พลตำรวจตรีสรายุทธ สงวนโภคคัย ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า หลังจากได้รับประสานงานจากทางการไต้หวัน ขณะนี้สามารถจับผู้ต้องหาคนไทยได้ 2 คน ที่ทำหน้าที่ขุดเจาะไม้อัดเพื่อซ่อนยาเสพติด และคาดว่าเป็นสถานที่บรรจุยาเสพติดก่อนส่งไปยังไต้หวัน โดยในช่วงบ่ายวันนี้จะไปตรวจสอบโกดังย่านปทุมธานี และควบคุมตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดที่ก่อเหตุด้วย







