ชาวชัยภูมิ ยก ‘พิธา’ ว่าที่นายกฯ หลังยกขบวน ส.ส.ก้าวไกล เยือนภาคอีสาน ติดตามปัญหาป่าทับที่ ประกาศชัด พร้อมสานต่อภารกิจ ‘อนาคตใหม่’
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
วันที่ 4 มี.ค.64 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย นายอภิชาติ ศิริสุนทร, นายทวีศักดิ์ ทักษิณ, นายสุรวาท ทองบุ, นายองค์การ ชัยบุตร และนายคำพอง เทพาคำ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วนภาคอีสาน ร่วมกันเดินทางไป อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ เพื่อร่วมรับฟังปัญหา แลกเปลี่ยนสถานการณ์ และติดตามความคืบหน้ากรณีการประกาศเขตผืนป่าทับที่ทำกินในภาคอีสาน
โดยมีชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากข้อพิพาทร่วมพูดคุยเป็นจำนวนมาก พร้อมกันนี้ยังเข้าเยี่ยมอาการป่วยของ แม่สุภาพ คำแหล้ นักต่อสู้เพื่อสิทธิที่ดินทำกิน ภรรยา พ่อเด่น คำแหล้ ผู้ถูกทำให้สูญหายในปี 2562 จากการต่อสู้เรื่องที่ดินทำกินกับรัฐ
- คนเชียงราย เดือด! ประกาศวันนัดขับไล่-ให้อาหารหมา “2 งูเห่า พรรคก้าวไกล”
- ผู้ช่วย ส.ส.ก้าวไกล เชียงราย รับไม่ได้ทรยศประชาชน ประกาศลาออก
- “คารม” ตอบชัดมันจบแล้ว ยัน “ไม่ลาออก” ซัดพรรคไม่ตอบรับนโยบายพัฒนาอีสาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ นายพิธา มาถึงพื้นที่ ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร ประชาชนในพื้นที่พร้อมใจกันปรบมือต้อนรับดังสนั่น พร้อมกล่าวชื่นชมและให้กำลังใจในการทำหน้าที่ในสภา จากนั้นผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชนต่างเข้ามาผูกผ้าขาวม้าให้จำนวนมาก บางคนกล่าวว่า นายพิธา คือว่าที่นายกรัฐมนตรี ที่ได้มาพื้นที่นี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว หากนายพิธา ได้เป็นนายกรัฐมนตรีก็จะเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาพื้นที่นี้มากที่สุด จึงหวังให้นายพิธา ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในเร็ววัน พร้อมกันนี้ยังฝากความหวังให้ช่วยผลักดัน และแก้ไขปัญหาการปฏิรูปที่ดินในประเทศด้วย

นายพิธา กล่าวว่า การมาพื้นที่ภาคอีสาน ก้าวไกลสัญจรครั้งนี้ เพราะพวกเราเชื่อว่าภาคอีสานมีความสำคัญกับพรรคก้าวไกลเป็นอย่างมาก ไม่ใช่แค่เพราะเมื่อสมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่ เราได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนชาวอีสานจำนวนเกือบ 1 ล้านเสียงเท่านั้น แต่ถ้าใครก็ตามที่อยากจะเป็นรัฐบาล หากไม่สามารถชนะใจคนอีสานได้ก็ไม่สามารถเป็นรัฐบาลได้ ภาคอีสานถือว่ามีศักยภาพสูงมากในหลายด้าน หากแต่ถูกกดทับไว้ ถ้าเราเปลี่ยนอีสานได้ เราก็จะสามารถเปลี่ยนประเทศไทยได้เช่นเดียวกัน
นายพิธา กล่าวต่อไปว่า ปัญหาที่ดินทำกิน ป่าทับที่ ที่ทับป่า หรือป่าอุทยานทับที่ทำกินของชาวบ้าน เป็นเรื่องที่พรรคก้าวไกลให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ก่อนหน้านี้สมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่ ตนเอง และอาจารย์ ปิยบุตร แสงกนกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วย ส.ส.ภาคอีสานทั้งหมด ได้ยกพลมาในพื้นที่พิพาทกรณีสวนป่าคอนสาร ชุมชนบ่อแก้ว เพื่อรับฟังปัญหาและนำปัญหาที่ได้รับทราบไปขับเคลื่อนต่อผ่านกลไกทางการเมืองที่เรามี
หลังจากวันที่ได้มาในพื้นที่ก็ได้ติดต่อไปยังรัฐมนตรีที่รับผิดชอบโดยตรงเพื่ออธิบายให้ทราบถึงปัญหา เป็นการทำงานร่วมมือกันระหว่างฝ่ายค้านกับรัฐบาล โดยยึดผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง จนวันนี้มีความคืบหน้าไปมาก โดยเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติคืนที่ดินให้พี่น้องประชาชนจำนวน 366 ไร่ 87 ตารางวา แต่ยังเหลือที่ดินอีก 466 ไร่ที่ยังไม่ได้คืนมา
ทั้งนี้ ทางชุมชนมีการจัดตั้ง ‘กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อจัดการที่ดินและพัฒนาระบบเกษตรกรรมอินทรีย์ ชุมชนบ่อแก้ว’ โดยจัดการให้สมาชิกลงแปลงในที่ดินทำกินเรียบร้อยแล้ว โดยมีผู้เดือดร้อนจำนวน 123 คน ได้รับการจัดสรรคนละ 2 ไร่เศษ ส่วนที่เหลือได้จัดสรรเป็นของส่วนรวมใช้ประโยชน์ร่วมกัน และส่วนหนึ่งจะใช้สำหรับการท่องเที่ยวเชิงเกษตร มีการสาธิตทางการเกษตรในพื้นที่ เพื่อสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน
“วันนี้ตั้งใจมาแสดงความยินดีกับพี่น้องประชาชน ถือเป็นความสำเร็จของพี่น้องประชาชนที่ต่อสู้กันมา 17 ปี นับเป็นจุดเริ่มต้นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แต่ก็ตระหนักดีว่าที่ดินจำนวน 2 ไร่เศษที่แต่ละคนได้คืนมา ยังไม่เพียงพอต่อการทำมาหากิน เพราะปัจจุบันค่าครองชีพที่สูงขึ้นและปัญหาจากวิกฤตโรคโควิด ปัญหายางพาราตกต่ำ ค่าขนส่งแพงกว่าค่ายางที่ขายได้ พวกเราพรรคก้าวไกลที่สืบสานภารกิจและอุดมการณ์มาจากพรรคอนาคตใหม่ จึงยังต้องทำงานอย่างไม่ย่อท้อต่อไป จะผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้รับที่ดินอีก 466 ไร่คืนมาให้ได้

เนื่องจากมีเงื่อนไขข้อตกลงระหว่างผู้แทนราษฎรและปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2562 ดังนั้น จึงต้องไปเร่งผลักดันใช้กลไกรัฐสภา ให้รัฐบาลส่งมอบที่ดินที่เหลือคืนให้กับชาวชุนบ่อแก้วให้ได้ รวมทั้งหากทำให้ชุมชนบ่อแก้วได้รับที่ดินส่วนที่เหลือสำเร็จได้ จะกลายเป็น ‘บ่อแก้วโมเดล’ หรือ ‘ชัยภูมิโมเดล’
จะเป็นโมเดลความสำเร็จให้ที่อื่นๆ ในประเทศไทยต่อไปได้ และเป็นพลังขับเคลื่อนให้เชื่อว่าที่อื่นก็สามารถสำเร็จได้เช่นกัน เหมือนดังน้ำตกที่ไหลไปยังที่อื่นๆ ไม่สิ้นสุด ดังนั้น ขอให้วางใจว่าพวกเราให้ความสำคัญ และจะไม่ทอดทิ้งพี่น้องประชาชนแน่นอน และจะทำงานผลักดันเรื่องนี้อย่างไม่ย่อท้อ รวมทั้งจะช่วยประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างเต็มที่” นายพิธา กล่าว
พร้อมกันนี้ นายพิธา ยังให้คำมั่นว่า จะใช้กลไกคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องที่มี ส.ส.พรรคก้าวไกลเป็นกรรมาธิการ คืนความเป็นธรรมให้กับนักสู้เพื่อสิทธิที่ดินทำกินอย่างสมเกียรติ และจะทำความจริงให้ปรากฏ ติดตามหาสาเหตุการเสียชีวิตของพ่อเด่น คำแหล้ โดยใช้กระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งให้การช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคมะเร็งของแม่สุภาพ คำแหล้ ด้วย
นายอภิชาติ ศิริสุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และประธานคณะกรรมาธิการที่ดิน ระบุถึงปัญหาข้อพิพาทกรณีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าผาผึ้ง ต.ทุ่งลุยลาย อ.คลองสาร จ.ชัยภูมิ โดยกล่าวว่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามีจำนวนรวม 2 แสนกว่าไร่ ในกรณีข้อพิพาทนี้มีที่ดินแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ 1.ที่อยู่อาศัยจำนวน 400 ไร่ แนวทางแก้ไขปัญหาคือ ปรับปรุงแนวเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่มาประกาศที่หลัง ออกจากที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน
2.ที่ทำกินจำนวน 2,000 ไร่ แนวทางแก้ไขปัญหาคือ ให้ชาวบ้านใช้ประโยชน์ที่ดินได้ตาม พ.ร.บ.คณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ ซึ่งทั้งสองส่วนดังกล่าว เรื่องส่งถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่อาจยังล่าช้า ทางคณะกรรมาธิการที่ดินฯ จึงทำหนังสือติดตามและเร่งรัดด้วย 3.ส่วนของป่าชุมชนจำนวน 2,500 ไร่ แนวทางแก้ไขปัญหาคือ สำรวจตามมาตรา 57 ของพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

“พวกเรามาจากพรรคก้าวไกล และพรรคก้าวไกลเป็นของพี่น้องประชาชนทุกคน ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนก็เป็นความเดือดร้อนของพวกเราพรรคก้าวไกลเช่นเดียวกัน ที่ดินเหล่านี้เป็นลมหายใจของพี่น้องประชาชน ดังนั้น ที่ดินเหล่านี้จึงเป็นลมหายใจของพวกเราพรรคก้าวไกลด้วยขอให้มั่นใจว่าพวกเราจะผลักดัน ใช้กลไกที่มีอยู่แก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่”นายอภิชาติ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากท่านใดประสงค์จะร่วมช่วยค่ารักษาพยาบาลแม่สุภาพ คำแหล้ สามารถโอนได้ที่ บัญชี 660-230-2906 ธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี พายุ บุญโสภณ และ ศรายุทธ ฤทธิพิณ ซึ่งเป็นเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน เปิดบัญชีนี้ขึ้น หลังหารือกับแม่สุภาพแล้ว เพื่อความสะดวกในกรณีที่ต้องมีค่าใช้จ่ายเร่งด่วน







