นาทีนี้ คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการใช้ความสงบ สยบ เคลื่อนไหว เพราะหากคิดจะใช้วิธีการตอบโต้ด้วยความรุนแรง ดุดันเหมือนที่เคย จะยิ่งทำให้สถานการณ์ของ บิ๊กตู่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ตกเป็นรองมากยิ่งขึ้นเท่านั้น !
เมื่อถนนทุกสายที่พร้อมใจกัน ไล่ลุงตู่ มุ่งหน้าไปทำเนียบรัฐบาล กันตั้งแต่เช้าตรู่ของวันที่ 23 ส.ค.65 จากนั้นกระจายกันไปตามที่ต่างๆ ทั้งที่หน้ารัฐสภา เกียกกาย และที่ลานคนเมือง กทม.นำโดย จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. ผนึกกำลังกับ ทนายนกขา นิติธร ล้ำเหลือ
ขณะที่ม็อบราษฎร กลุ่มสามนิ้ว ยึดเอาชัยภูมิบริเวณใกล้เคียงที่หน้าร้านแมคโดนัล อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน ใช้ชื่อกลุ่ม ราษฎรไล่ตู่ และกลุ่ม โรนินฝั่งธน ไม่เอาเผด็จการ ร่วมด้วย อาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยเริ่มกิจกรรมในช่วงเย็น
แต่การเคลื่อนไหวของการเมืองภาคประชาชน แม้จะไม่สามารถสร้างน้ำหนักให้พล.อ.ประยุทธ์ ต้องตัดสินใจอย่างใด อย่างหนึ่งทางการเมือง ทว่าในห้วงเวลาที่ ตกเป็นรองเช่นนี้ การใช้วิธีการ เลี่ยงเผชิญหน้า จึงถือว่าดีที่สุด
ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจที่จะมีรายงานความเคลื่อนไหวของพล.อ.ประยุทธ์ นับตั้งแต่ย่างเท้าเข้าทำเนียบฯ ในวันที่สารพัดม็อบนัดกันมาชุมนุมโดยรอบ จึงไม่ตอบทุกคำถาม ต่อสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา อันเป็นวันที่หลายฝ่ายจับตามองว่าเมื่อครบรอบปีที่ 8 พล.อ.ประยุทธ์ จะส่งสัญญาณ สู้หรือถอย ผ่านทุกถ้อยคำของการให้สัมภาษณ์กับสื่อ
ด้วยเหตุนี้ภายหลังการประชุมครม. ครั้งล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จึงเลือกที่จะเดินทางออกนอกทำเนียบฯ กลับตรงไปบ้านพัก เพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้า ทั้งกับมวลชน และการส่งสัญญาณใดๆทางการเมือง เพื่อให้ ฝ่ายตรงข้าม จับอาการได้ถูก
และเหนืออื่นใด นาทีนี้ อย่าลืมว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ได้ให้น้ำหนักเฉพาะเรื่องวาระ 8ปี ดำรงตำแหน่งนายกฯที่ยังต้องรอการชี้ขาดจากศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น หากแต่วันนี้ร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ฯ ปี2566 จะต้องถูกผลักดันให้ผ่านความชอบจากที่ประชุมสภาฯ ให้ตลอดรอดฝั่ง ให้ได้ !