ภูมิภาค
ศึกชิงไฟแดงเดือด! คนขายพวงมาลัย-แม่ค้าลูกตาลลอยฟ้า
วันศุกร์ ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 15.31 น.
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
18 มิ.ย.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าหลัง บนโลกโซเชียลได้มีการแชร์คลิปศึกชิงพื้นที่ค้าขายสี่แยกไฟแดง ถนน 201 ก่อนเข้าสู่ตัวเมืองชัยภูมิ ระหว่างคนขายพวงมาลัยที่อ้างตัวเป็นเจ้าถิ่นกับแม่ค้าขายลูกตาลสดและได้ถ่ายคลิปวีดีโอลงบนโลกโซเชียลมีข้อความว่า
ช่วยกันแชร์คลิปพวกนี้หน่อยค่ะเรื่องมันเกิดจากที่เราไปขายตาลที่สี่แยกตรงโรบินสันชัยภูมิแล้วคนพวกนี้เขาบอกว่าเขาได้ซื้อไฟแดงนี้เอาไว้แล้วพวกเรามีสิทธิ์ไปขายได้ไงดูได้ตามคลิปเลยค่ะที่เขาพูดมาแต่เราได้ไปของของถูกต้องแล้วแล้วทางตำรวจก็บอกแล้วเขาไม่ได้เรียกเก็บเงินเลยแล้วทางตำรวจได้มาเคลียร์ให้ตกลงกันได้ว่าให้ขายได้แต่พอตำรวจกลับก็มาหาเรื่องเราอีกหาว่าเราไปก่อกวนพูดไม่รู้เรื่องว่าเขาไม่ให้ขายแต่ยังจะขายกันอีกและโทรตามพวกมาจะให้มากระทืบเราผู้ชายคนที่มีอายุเขาได้บอกทางเราว่าเขาเป็นผู้ใหญ่บ้านโนนดู่อำเภอสีดาโคราชและมีลูกเป็นผู้ใหญ่บ้านที่สีดาเหมือนกันแต่ตรงที่เราขายคือจังหวัดชัยภูมิมันสามารถเบ่งตำแหน่งข้ามจังหวัดได้ด้วยหรอเราอยากขอความเป็นธรรมหน่อยค่ะของเราก็ไม่ได้ขายตาลเก็บไว้นานก็จะเสียเราลงทุนไปเยอะแล้วมาเจอแบบนี้เราจะทำไงคะภาระเราก็เยอะลูกก็เรียน3คนแยกตรงนี้ใครมาขายก็ไม่ได้เพราะพวกนี้ค่ะมาขู่เขาจะมายิงเขาเรามีคลิปตอนแรกอยู่แต่อันนั้นเราไลฟ์สดพอเราจะดึงข้อมูลมามันดันหายไปอยู่ในคลังวีดีโอแทนอ่ะใครพอที่จะบอกได้ว่ามันต้องดึงข้อมูลกับมายังช่วยบอกทีค่ะ
ทั้งคนขายพวงมาลัยยังได้กล่าวอ้างพาดพิงว่าได้จ่ายส่วยค่าที่ขายของแยกไฟแดงนี้ให้กับเจ้าหน้าที่ ตำรวจทางหลวงยศร้อยตำรวจโทหรือหมวดยง
18 มิ.ย.2564 ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุโดยไม่พบพ่อค้าแม่ค้าขายของในแยกดังกล่าวอย่างเช่นเดิม ก่อนที่จะทราบว่าทาง แขวงการทางจังหวัดชัยภูมิ และตำรวจทางหลวงจังหวัดชัยภูมิ ได้เชิญ คู่กรณีทั้งสอง มาสอบถาม เพื่อหาข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวที่ตู้ตำรวจทางหลวง สี่แยกบายพาสชัยภูมิ
จากการพูดคุยในห้อง ประชุม เป็นเวลานานกว่า 20 นาทีจึงได้ทราบข้อเท็จจริงจากนายจักกฤษ บุญเรืองศรี ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชัยภูมิว่า ขณะนี้ตนเองได้ทราบเรื่องราวและได้ชมคลิปที่ถูกแชร์ ไปบนโลกโซเชียลและได้ทำการ เชิญคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเข้ามาพูดคุยในเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดย เบื้องต้น ไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าคนขายพวงมาลัยมีพฤติกรรมแอบอ้างและอ้างตัวเป็นเจ้าถิ่นโดยพาดพิงว่ามีการจ่าย ส่วยให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงยศร้อยตำรวจโทนายนึง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีผู้ใดเข้ามาขายในพื้นที่ไฟแดงแห่งนี้ ทั้งยังยอมรับว่าการจำหน่ายสินค้าตามแยกไฟแดงมีแทบทุกพื้นที่แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาเราจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ซึ่งเบื้องต้นจะมีคำสั่งให้ห้ามขายของทุกพื้นที่จุดไฟแดงในเขตรับผิดชอบ และยังแจ้งข้อกล่าวหากับคู่กรณีทั้งสองฝ่ายในข้อหามาตรา 44 ห้ามมิให้ผู้ใดซื้อขายแจกจ่าย หรือเรี่ยไรบนทางจราจรและไหล่ทาง ซึ่งต่อจากนี้หากมีการพบเห็นผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันที
ขณะที่ทางด้าน ร.ต.ท.ชัยยงค์ ชมเชย ตำรวจทางหลวงชัยภูมิ หรือหมวดยงค์ ที่ถูก คนขายพวงมาลัยแอบอ้างชื่อว่า ตนเองได้จ่ายส่วย หรือค่าเช่าพื้นที่สี่แยกไฟแดงแห่งนี้ ออกมายืนยันว่าตนไม่ได้มีส่วนรู้เห็นจากคำแอบอ้างของคนขายพวงมาลัย ซึ่งคำแอบอ้างดังกล่าวทำให้ตนเองและองค์กร ได้รับความเสียหาย จึง จะเดินทางเข้าแจ้งความกับบุคคลดังกล่าวเพื่อดำเนินคดี ที่ สภ.เมืองชัยภูมิต่อไป
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่







