เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น.วานนี้ (31 มี.ค.64) นายสำรวย โม้แก้ว ผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองหญ้าข้าวนก ม.18 ต.ละหาน อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ได้รับแจ้งจากลูกบ้านว่า มีเหตุลูกเขยบุกใช้มีดทำร้ายร่างกายพ่อตาและลูกสาว ซึ่งเป็นภรรยาผู้ก่อเหตุเอง แล้วหลบหนีไป โดยทั้ง 2 ได้รับบาดเจ็บมีแผลฉกรรจ์ โดยผู้ก่อเหตุในครั้งนี้คือนายธีระวัฒน์ หรือเต๋า เกตุประกอบ อายุ 35 ปี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ออกติดตามไล่ล่าตั้งแต่ช่วงค่ำวานนี้ แต่ยังตามจับตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายไม่ได้
นายสำรวย ผู้ใหญ่บ้าน เผยว่า ขณะเกิดเหตุ ตนเองเข้าไปทำธุระที่ตัวเมืองชัยภูมิ ก่อนที่จะมีลูกบ้านโทรมาแจ้งว่ามีเหตุทำร้ายร่างกาย 2 พ่อลูกอาการสาหัสจึงรีบโทรประสานกู้ภัยให้มาช่วยนำส่ง รพ.จัตุรัส ก่อนที่ตนเองจะรีบกลับมาดู ทราบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บรายแรกคือนายพิเชษฐ อายุ66 ปี (พ่อตาผู้ก่อเหตุ) ได้รับบาดเจ็บถูกมีดฟัน ที่บริเวณท่อนแขนด้านซ้ายยาว 4-5 ซม.และหนักสุดคือ น.ส.สุจีรรวรรณ อายุ 32 ปี (ภรรยาผู้ก่อเหตุ) ถูกมีดฟันได้รับบาดเจ็บ 5 แห่ง ทั้งที่หัวเข่าซ้ายเอ็นขาด แขน มือซ้ายเอ็นขาด ศรีษะ และเอว ได้รับบาดเจ็บสาหัสมีแผลฉกรรจ์ ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะมาจากการหึงหวง ระแวงภรรยาปันใจ จึงมีปากเสียงและทะเลาะกันบ่อยครั้ง ที่ผ่านมาตนเองได้เรียกทั้ง 2 มาไกล่เกลี่ยตกลงกันแล้วรอบนึ่งแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงเช่นนี้ขึ้นได้อีก
ด้านนายพิเชษฐ (พ่อตา) เล่าว่าก่อนหน้านี้ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ลูกสาวของตนเองได้มีเรื่องทะเละกับผัวของตน นายเต๋า ผู้ก่อเหตุ จนได้แยกกันอยู่ โดยนายเต๋า ได้ไปอาศัยบ้านเพื่อนอยู่ ซึ่งที่ผ่านมา เคยมีเพื่อนบ้านมาเล่าให้ฟังว่า ลูกเขยไปบ่นว่าตนไปดุด่าลูกเขย และที่ผ่านมา เคยขู่ที่จะฆ่าทิ้งทั้งเมียและตนเอง โดยกล่าวหาว่า พ่อตาคอยยุยงให้ลูกสาว ให้เกิดความเกลียดชังสามีตนเอง ทั้งที่ตนเองไม่เคยที่จะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของลูกเลย เพียงเเต่คอยบอกให้ใจเย็นๆ มีอะไรก็ค่อยๆ คุยกัน
โดยเมื่อวานนี้ ขณะที่ลูกสาวตนเองได้กลับมาจากทำงานโรงงานกะดึก กลับมาบ้านในตอนเช้า ไปส่งลูกชายไปโรงเรียนแล้ว ได้กลับมานอนพักผ่อนอยู่ที่บ้าน จนถึงตอนบ่ายได้ตื่นนอนเตรียมไปทำงาน ได้มานั่งเล่นที่เปลนอนเล่น อยู่ที่เปลใต้ถุนบ้าน ขณะที่ตนเองกำลังเคลิ้มจะหลับ ก็ได้ยิน เสียงรถตุ๊กๆหรือรถอีแต๋น ของ บริษัทวัสดุก่อสร้างที่ลูกเขย ทำงานอยู่ ก่อนที่จะเดินตรงปรี่เข้ามาแล้วควักมีดพร้าออกจากกระเป๋าย่าม แล้วกระหน่ำฟันลูกสาวตนเองในขณะนั่งเล่นอยู่ ตนจึงรีบลุกขึ้นจากเปลไปป้องกันลูกสาว ก่อนจะเกิดการต่อสู้กัน พร้อมตะโกนบอกให้ลูกสาววิ่งหนีออกไปขอความช่วยเหลือ ก่อนที่ลูกเขยจะตั้งหลักและวิ่งหนีออกไปทางหลังหมู่บ้าน
ส่วนอาการ ของลูกสาวขณะนี้ แพทย์โรงพยาบาลชัยภูมิ ได้ช่วยต่อเส้นเอ็นให้แล้ว แต่ก็ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจังหวัดชัยภูมิ และยังต้องหวาดผวาเมื่อลูกเขยได้ส่งข้อความมาว่า อยู่ใกล้ๆ แถวนี้แหละ และยังไม่ถูกจับกุม ตนเองจึงต้องทิ้งบ้านและพาหลานชายมานอนเฝ้าเป็นเพื่อนลูกสาวเพื่อความปลอดภัย ส่วนทางด้านคดี ก็ขอให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามจับกุม ลูกเขยรายนี้มาดำเนินคดี ให้เร็วที่สุด และจะไม่ยอมความใดๆ โดยจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด อีกด้วย







