18 มีนาคม 2564 หลังเกิดเหตุสลดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 17 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา ร.ต.อ.ศักดิ์นันท์ บุญพรรษา รอง สว.(สอบสวน)สภ.คอนสวรรค์ ได้นำหมายจับเลขที่ 29/2564 เพื่อเดินทางไปที่บ้านนายวิชัย รองชัยภูมิ อายุ 50 ปี อาศัยบ้านเลขที่13หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านโสก อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ เพื่อขอควบคุมตัวมาดำเนินคดีตามหมายจับหลังก่อเหตุยิงภรรยาของตัวเองแล้วหลบหนีซ่อนตัวที่บ้านพี่ชายบ้านเลขที่ 119 หมู่ที่ 12 ตำบลคอนสวรรค์ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ แต่นายวิชัยฯ เห็นเจ้าหน้าที่จึงหลบหนีเข้าไปในห้องของบ้าน ก่อนล็อคประตูห้องไม่ให้เจ้าหน้าที่ตามเข้าไป ก่อนที่จะตัดสินใจใช้อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ยิงตัวเองเสียชีวิตคาที่นอน

ด้านอาการของภรรยาที่ถูกสามีรายนี้บุกไปยิงก่อนหน้านี้ คือ นางวันเพ็ญ เหล็กสูงเนิน อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36 หมู่ที่11 ตำบลหนองขาม อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ที่ถูกสามีบุกไปยิงถึงบ้านเมื่อวันที่ 12 มี.ค.64 ที่ผ่านมา ขณะนี้ยังต้องรักษาตัวอยู่ห้อง ICU ตึกฉุกเฉินใหม่ ชั้น 2 โรงพยาบาลชัยภูมิ อาการยังสาหัสไม่ได้สติ ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม. และเธอเองก็ยังไม่รู้ว่าสามีหลังก่อนบุกยิงเธอแล้ว และก็มายิงตัวเองเสียชีวิตแล้วในครั้งนี้แล้วด้วยเช่นกัน
ขณะที่บรรยากาศในงานศพ ทางญาติต่างมีความโศกเศร้าต่อเหตุการณ์ที่เกิด และได้นำศพร่างของนายวิชัย รองชัยภูมิ อายุ 50 ปี ออกจากโรงพยาบาลหลังชันสูตรเสร็จสิ้นเมื่อช่วง 14.00 น.วันนี้ เพื่อนำมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านเลขที่ 13 หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านโศก อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ เพื่อทำพิธีตามศาสนาต่อไป


โดยนางรัตดาพร รองชัยภูมิ อายุ 47 ปี หลานสาวผู้เสียชีวิต เล่าว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังทั้งสองกับภรรยาได้แยกทางกันไปอยู่คนละบ้านมานานหลายเดือนแล้ว ก็ยังมีการตามไปทะเลาะกันก่อนหลายครั้งก่อนที่ ทางสามีผู้ตาย ไปรู้ข่าวว่าทางภรรยา ได้ไปแจ้งความกับตำรวจไว้ว่าเขามีอาวุธปืนผิดกฎหมาย และให้เจ้าหน้าที่ตามมาจับ ทางสามีรายนี้ก็โกรธมากจึงตามบุกไปใช้ปืนดังกล่าวยิงภรรยาที่แยกกันอยู่ถึงบ้านก่อนที่ จะหลบมาอยู่ที่บ้านพี่ชายและเริ่มมีอาการเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องหลายวัน และวันเกิดเหตุเห็นว่า จนท.ตร.ตามมาจับ เขาจึงตัดสินใจยิงตัวเองเสียชีวิต ซึ่งไม่น่าจะเป็นเรื่องเกิดขึ้นเพราะอารมณ์ของแต่ละฝ่าย ไม่ยอมลงให้กันและกัน จนเป็นเหตุสลดต่อปัญหาครอบครัว ญาติๆก็รู้สึกเสียใจต่อเห็นการณ์ที่เกิดขึ้น








