‘สาวชมพู่’ ยอมรับลงทะเบียนสวมสิทธิโครงการ ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ จากชาวบ้านใน จ.เพชรบูรณ์ แล้วขายสิทธิต่อไปให้ จ.เลย ก่อนมีตัวการใหญ่ จ.ชัยภูมิ รับซื้อสิทธิต่ออีกทอด ด้านผู้การฯเพชรบูรณ์ขอเวลาสอบ 2 สัปดาห์ก่อนส่งให้กองปราบฯ
ศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 16.50 น.
จากกรณีประชาชนชาวบ้าน จ.เพชรบูรณ์ กว่า 2,000 ราย ถูกนายหน้านำบัตรประชาชนไปสวมสิทธิโครงการเราเที่ยวด้วยกัน โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.หล่มสัก มีชาวบ้านตกเป็นผู้เสียหายถูกสวมชื่อกว่า 1,200 ราย แบ่งเป็นพื้นที่ สภ.หล่มสัก 600 กว่าราย และ สภ.บ้านติ้ว อ.หล่มสัก อีก 600 กว่าราย ซึ่งทางตำรวจอยู่ระหว่างเชิญตัวชาวบ้านตามพบพนักงานสอบสวน เพื่อสอบปากคำรายละเอียด โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ ระบุว่า มีหญิงสาวชื่อชมพู่ มาไล่ถามว่าอยากได้เงินหรือไม่ ก่อนจะเก็บไปบัตรประชาชนไป แล้วให้เงินมาคนละ 200 บาท ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 12 ก.พ. น.ส.ชมพู่ ผู้ที่ถูกชาวบ้านซัดทอดตรงกันว่าเป็นผู้เก็บบัตรประชาชนของชาวบ้านไปสวมสิทธินั้น ได้ติดต่อมายังผู้สื่อข่าวประจำ จ.เพชรบูรณ์ เพื่อขอชี้แจงว่า ตนเป็นเพียงผู้รับลงทะเบียนทำสิทธิขายให้กับนายหน้าใน จ.เลย โดยจะมีชาวบ้านเป็นผู้รวบรวมบัตรมาให้ตน จากนั้นก็จะให้ค่าตอบแทนรายหัวๆละ 400-450 บาท แต่ก็ไม่ทราบแน่ชัดว่า ชาวบ้านจะได้รับเงินไปหัวละเท่าไหร่ เท่าที่ทราบบางรายก็ได้ 100 บาท บางรายก็ได้ 200 บาท โดยหลังจากลงทะเบียนแล้ว ตนก็นำสิทธิของชาวบ้านไปขายให้กับคน จ.เลย ในราคาสิทธิละ 700 บาท ก่อนจะมีการส่งขายต่อไปให้ตัวการใหญ่ที่อยู่ จ.ชัยภูมิ อีกทอดหนึ่ง โดยมีอยู่ด้วยกัน 3 คน เท่าที่ทราบก็ถูกตำรวจกองปราบฯจับกุมตัวไปก่อนหน้านี้แล้ว รวมทั้งตนเองด้วย โดยตนได้ยื่นประกันตัวออกมาในชั้นสอบสวนของตำรวจ
ด้าน พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า ในส่วนของจังหวัดเพชรบูรณ์นั้น กองปราบปราม ได้ส่งรายชื่อผู้ถูกสวมสิทธิมาให้เพื่อขอความร่วมมือในการสอบสวนในฐานะพยาน 2,000 กว่าราย กระจายอยู่ทุกพื้นที่ของ จ.เพชรบูรณ์ โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.หล่มสัก 2 แห่ง คือ สภ.หล่มสัก และ สภ.บ้านติ้ว พื้นที่ละ 600 กว่าคน รวมแล้วกว่า 2,000 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการเรียกมาสอบสวน คาดว่าสอบสวนแล้วเสร็จประมาณ 2 สัปดาห์ จากนั้นก็จะรวบรวมส่งสำนวนการสอบสวนไปยังกองปราบฯที่เป็นเจ้าของคดี และได้มีหนังสือร้องขอมาให้ บก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ สอบสวนชาวบ้านที่ถูกสวมสิทธิในฐานะพยานเท่านั้น ในส่วนของคดีต้องรอให้กองปราบฯเป็นผู้ให้รายละเอียดในลำดับต่อไป
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ชมพู่’ปัดโกง’เราเที่ยวด้วยกัน’ ยันไม่เคยสวมสิทธิชาวหล่มสัก
ล่า’ชมพู่’โกง’เราเที่ยวด้วยกัน’ เพชรบูรณ์2พันถูกสวมสิทธิ
คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่
-
เห็นด้วย
0%
-
ไม่เห็นด้วย
0%







