วันจันทร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
Tag :
รวบแล้ว 2 โจร
งัดตู้เซฟร้านค้าชัยภูมิฉก 3 ล้าน
หนีกบดานเกาะสมุย-ขอนแก่น
ตำรวจ สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย ร่วมกับตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ชัยภูมิ ตามจับ 2 โจรบุกงัดตู้เซฟภายในร้านค้าเมืองชัยภูมิ กวาดทรัพย์สินกว่า 3 ล้านบาท ภายหลังหนีกบดานที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ขณะที่เพื่อนร่วมแก๊งอีกราย หนีกบดานที่ จ.ขอนแก่น
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำลังตำรวจ สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้สนธิกำลังร่วมกับตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ชัยภูมิและตำรวจ สภ.เมืองชัยภูมิ เข้าจับกุม นายวิเชียร (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชัยภูมิ หลังจากก่อเหตุงัดตู้เซฟได้ทรัพย์สินกว่า 3ล้านบาท ภายในร้านสิน 2000พื้นที่ อ.เมือง จ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยภายหลังก่อเหตุแล้ว ได้หลบหนีไปกบดานในพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับ ว่าพบบุคคลซึ่งมีตำหนิรูปพรรณคล้ายกับนายวิเชียร ยืนอยู่ที่บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งบนเกาะสมุยทางชุดจับกุมจึงรุดเข้าตรวจสอบ กระทั่งพบนายวิเชียร กำลังยืนอยู่ตามที่ได้รับแจ้งกำลังเจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมตัว
จากการสอบสวนเบื้องต้นนายวิเชียร รับสารภาพว่าร่วมกับพวกก่อเหตุจริง ส่วนการตรวจสอบประวัติและประสานข้อมูลกับตำรวจชุดสืบสวน สน.บางนา ทราบว่านายวิเชียร ยังมีหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ในความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ติดตัวอยู่ด้วย ซึ่งนายวิเชียร ยอมรับสารภาพ
ส่วนการตรวจยึดทรัพย์สินต่างๆ พบเงินสด 50,000 บาท โทรศัพท์มือถือ บัตรเอทีเอ็ม แหวนลักษณะคล้ายทองคำไม่มีลาย 2 วง สร้อยคอทองคำพร้อมจี้ นาฬิกาข้อมือ แท็บเล็ต และรถยนต์ทางตำรวจสภ.บ่อผุด ได้ควบคุมตัวนายวิเชียรส่งให้ทางตำรวจ สภ.เมืองชัยภูมิ รับตัวไว้ดำเนินคดี พร้อมกับตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมดอีกครั้งว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดหรือไม่
สำหรับนายประกาย (สงวนนามสกุล) ชาว จ.ขอนแก่น ผู้ร่วมก่อเหตุอีกรายนั้น ทางตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ชัยภูมิ ได้เร่งออกสืบสวนติดตามตัวแล้ว โดยนายประกาย มีหน้าที่ขับรถดูต้นทาง และรับนายวิเชียรที่สวมโม่งเข้าไปก่อเหตุงัดตู้เซฟดังกล่าว
ต่อมา มีรายงานว่าทางเจ้าหน้าที่ สามารถติดตามจับกุมตัวนายประกาย ไว้ได้แล้ว พร้อมของกลาง ทองคำแท่งและทองคำรูปพรรณ รวมถึงเงินสดอีกจำนวนหนึ่ง ระหว่างหลบหนีกบดานอยู่ในจ.ขอนแก่น โดยแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์นั้นโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนรับไว้ดำเนินคดีต่อไป






