วันนี้ (15 ก.ค.65) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้ทุกหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม 9 จังหวัด รวม 17 อำเภอ 21 ตำบล 37 หมู่บ้าน ได้แก่ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ มุกดาหาร จันทบุรี และระนอง ในทันทีที่เกิดฝนตกหนักน้ำท่วมขัง ซึ่งล่าสุดในเขตพื้นที่ จ.พิษณุโลก ขอนแก่น ชัยภูมิ บุรีรัมย์ มุกดาหาร จันทบุรี และระนอง สถานการณ์ได้คลี่คลายเข้าสู่สภาวะปกติ เหลือเพียง จ.เพชรบูรณ์ และนครราชสีมา ที่มียังมีพื้นที่ประสบอุทกภัย
ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ( สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เปิดเผยว่า พื้นที่ที่เกิดอุทกภัยทั้ง 9 จังหวัด เป็นพื้นที่ที่ กอนช. ได้มีการประกาศแจ้งเตือนล่วงหน้าพร้อมมอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ เตรียมพร้อมรับมือทำให้สถานการณ์คลี่คลายได้เร็ว ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะเข้าสู่การฟื้นฟูเยียวยาในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
สำหรับในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ได้เกิดฝนตกหนักน้ำท่วมในพื้นที่ ต.ในเมือง ต.น้ำร้อน อ.เมือง ต.บุ่งน้ำเต้า อ.หล่มสัก ต.นาเฉลียง อ.หนองไผ่ ต.ศาลาลาย อ.ชลแดน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 24 ครัวเรือนไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งล่าสุดได้รับรายงานจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 2 (สทนช.ภาค 2) ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ อ.หล่มสัก ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า ระดับน้ำและทางระบายน้ำในพื้นที่ บริเวณฝายศรีจันทร์ ต.ท่าอิฐ มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยมีน้ำจาก อ.หล่มเก่า ไหลมาถึงฝายศรีจันทร์ แม่น้ำป่าสักในพื้นที่ หมู่ 4 ขณะที่ฝ่ายริมแม่น้ำป่าสักฝั่งซ้าย หมู่ที่ 5 ต.ห้วยไร่ ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเตือนภัยระดับธงสีแดง ส่วนสะพานตาลเดี่ยว เป็นเขตรอยต่อเขตเทศบาลเมืองหล่มสัก-ต.ตาลเดียว ปริมาณน้ำเริ่มล้นตลิ่งบ้างเล็กน้อย โดยพื้นที่ที่ต่ำฝั่งเทศบาลตำบลตาลเดี่ยวได้มีการเตือนภัยระดับธงสีแดงเพื่อแจ้งเตือนระดับน้ำที่จะล้นตลิ่งเป็นจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลตาลเดี่ยว และอาสาสมัครต่าง ๆ ได้บรรจุถุงกระสอบทราย ให้กับประชาชน เพื่อใช้ในการบรรเทาผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่งของแม่น้ำป่าสักและลำน้ำพุง
ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ได้เกิดฝนตกหนักเมื่อวันที่ 13 ก.ค. 65 ที่ผ่านมาและเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ ต.ในเมือง อ.พิมาย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานในพื้นที่ อาสาสมัคร จิตอาสามูลนิธิและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือแล้ว ปัจจุบันระดับน้ำลดลงแล้วเช่นกัน ทั้งนี้ กอนช.คาดการณ์ว่าแม่น้ำเลยมีโอกาสน้ำจะล้นตลิ่งที่ อ.เมือง จ.เลย ทาง สทนช. จะติดตามประเมินสถานการณ์เพื่อประสานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเฝ้าระวังและลดผลกระทบให้ประชาชนในช่วงฤดูฝนนี้ในทุกพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด







